ประวัติศาสตร์ของพัฒน์พงศ์ : สถานบันเทิงยามค่ำคืนแห่งแรกในกรุงเทพ

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พัฒน์พงศ์เคยเป็นสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ผู้คนนิยมมามากที่สุด พัฒน์พงศ์มีเรื่องน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ประชุมของหน่วยราชการลับอเมริกัน (CIA) ช่วงระหว่างสงครามเวียดนาม บาร์อะโกโก้ซึ่งมีมากมาย หรือเหล่าคนดังอย่าง เดวิด โบวี่ ที่ตกหลุมรักที่นี่

คุณพร้อมหรือยังที่จะร่วมเดินทางไปกับเรา? ถ้าพร้อมแล้ว เตรียมตัวติดตามเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ น่าค้นหา ที่มีสีสัน ในอีกแง่มุมของประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร

จุดเริ่มต้น – เมล็ดพันธุ์ที่ถูกปลูกเพาะ

นานมาแล้วก่อนที่พัฒน์พงศ์จะเป็นสถานบันเทิงยามค่ำคืน ก่อนที่จะมีชื่อเสียงอย่างเช่นทุกวันนี้ พัฒน์พงศ์เคยเป็นสวนกล้วยมานานหลายสิบปี และยังเคยเป็นสถานบัญชาการใหญ่ของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

การเปลี่ยนแปลง

ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงในปี 1946 หลวงพัฒน์พงศ์พานิช หรืออาจเรียกท่านว่าพัฒน์พงศ์พานิช ชาวจีนอพยพ ท่านได้ซื้อสวนกล้วยเหล่านี้มาในราคา 60000 บาท หรือประมาณ 2400 เหรียญสหรัฐในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม หลวงพัฒน์พงศ์พานิชไม่ได้ตั้งใจซื้อที่ดินผืนนี้เพื่อที่จะสร้างอาณาจักรบันเทิงอย่างทุกวันนี้ ตรงกันข้ามท่านซื้อเพื่อที่จะสร้างบ้านสำหรับน้องชาย น้องสาว และครอบครัวของท่าน และได้วางแผนสร้างถนนเส้นใหม่เพื่อเชื่อมถนนสีลมและสุริยวงศ์ แต่ท่านไม่สามารถรู้ได้เลยว่าที่แห่งนี้จะกลายเป็นสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทีนี้คุณจะได้รู้แล้วว่าชื่อ พัฒน์พงศ์ ได้มาอย่างไร เพราะเป็นการตั้งตามนามสกุลของผู้ซื้อ

ครั้งหนึ่งบนถนนสายนี้

  หลวงพัฒน์พงศ์พานิชประสบความสำเร็จที่ท่านได้คิดสร้างถนน ซึ่งปัจจุบัน คือถนนพัฒน์พงศ์ 1 และยังสามารถเชื่อมต่อกับถนนสีลมและสุริยวงศ์ได้ แต่ลูกชายคนโต คุณอุดม พัฒน์พงศ์พานิช มีความคิดแตกต่าง หลังจากที่ท่านได้รับมรดก ท่านนำความฝันของท่านมาทำให้เป็นความจริง โดยการสร้างร้านค้าตลอดแนวถนน สำหรับผู้เช่าที่จะทำธุรกิจทั่วไป แต่กลับมีบางจุดที่ผิดจุดประสงค์ไปจากที่วางแผนไว้  จึงทำให้กลายเป็นสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ประสบความสำเร็จ เรียกว่า “ซอยพัฒน์พงศ์”

กรังปรีส์และบาร์โชว์ต่างๆ

จุดสำคัญของพัฒน์พงศ์คือ โกโก้บาร์ ที่สามารถมานั่งดื่มและดูโชว์ โป๊เปลือยได้ในสถานที่เดียวกัน

กรังปรีส์ บาร์ คือหนึ่งในบาร์ที่ดังที่สุดที่เป็นสัญลักษณ์ในช่วงที่พัฒน์พงศ์รุ่งเรือง และในช่วงต่อมา ริค เมอร์นาร์ดได้เปิดบาร์แห่งแรกอีกถนนหนึ่ง เขามีลูกค้าประจำมากมาย เพราะ มันสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

หลังจากนั้นต่อมา บาร์มิสซิสซิปปี้ ควีน ได้เปิดตัวในปี 1972  เขาได้นำความแปลกใหม่เข้ามาสู่พัฒน์พงศ์ โดยการนำเสนอแนวเพลง ร๊อค แอนด์ โรลล์ ผสมกับเพลงของคนผิวสี และมีโชว์เต้นอะโกโก้บนเคาเตอร์บาร์เป็นที่แรกในกรุงเทพฯ

เป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก ที่ลูกค้ายังสามารถระลึกถึงวันเก่าๆได้จนถึงทุกวันนี้

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มากรังปรีด์บาร์, มิสซิสซิปปี้ และบาร์อื่นๆ ล้วนทำงานเป็นทหารอากาศของแอร์อเมริกาและอย่างที่เราเห็นมีหลายคนทำงานกับหน่วยราชการลับ (CIA) และองค์กรอื่นๆ

ถึงแม้ว่าพัฒน์พงศ์จะมีหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ แต่อะโกโก้บาร์  ก็ยังเป็นธุรกิจที่ดึงดูด และทำให้พัฒน์พงศ์เป็นที่จดจำในฐานะของสถานบันเทิงยามค่ำคืนแห่งแรกของกรุงเทพ

การเกี่ยวพันระหว่างหน่วยสืบราชการลับ (CIA) และสงครามเวียดนาม

อุดม พัฒน์พงศ์พานิช มีแผนแตกต่างจากพ่อของเขา เขาเริ่มทำถนนให้มีจุดแตกต่างจากถนนการค้าทั่วไป โดยรวมความลึกลับและโป๊เปลือยให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ถึงเวลาที่จะได้ค้นหาความลับของที่แห่งนี้

อุดมในอเมริกา

อุดม พัฒน์พงศ์พานิช เคยศึกษาที่ประเทศอเมริกา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านได้เข้าร่วมกับหน่วยสืบราชการลับ (OSS) ซึ่งต่อมาคือหน่วยสืบราชการลับของอเมริกา (CIA)

อุดม คือกุญแจสำคัญ เพราะหน่วยสืบราชการลับของอเมริกา มีแผนที่จะรบกับทหารญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนั้นญี่ปุ่นสนใจในประเทศไทย อย่างไรก็ตามอุมได้ถูกฝึกให้เป็นเสรีไทย เพื่อเข้าร่วมที่จะต่อต้านญี่ปุ่นในขณะนั้น

ทีนี้คุณก็ได้เข้าใจแล้วว่า อุดมไม่ได้วางแผนไว้ว่าหน่วยสืบราชการลับ จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องราวของเขา

ไม่ใช่ผู้เช่าธรรมดา

เมื่อเขากลับมาถึงกรุงเทพ หลังจากสงครามได้สิ้นสุดลงแล้ว เขาได้วางแผนที่จะพัฒนาถนนของคุณพ่อ ให้กลายเป็นย่านธุรกิจและผลิตผลกำไรได้มากขึ้น

คุณได้ทราบประวัติการเป็นมาของพัฒน์พงศ์แล้ว หลังจากที่เขาได้พัฒนา เขาได้มองหาผู้เช่า แต่พวกเขาไม่ใช่ผู้เช่าธรรมดาสามัญ เพราะพวกเขาคือหน่วยสืบราชการลับและเพื่อนๆของเขาในหน่วยงาน OSS

ตัวอย่างเช่น บริษัท Civil air transport ซึ่งเป็นของหน่วยสืบราชการลับของ CIA พวกเขาเปิดใช้สายการบินนี้ตั้งแต่ปี 1950 ถึง 1959

เช่นเดียวกับ CIA ที่ควบคุมแอร์อเมริกา และมีบทบาทสำคัญในสงครามอเมริกาที่ต่อต้านคอมมิวนิส พวกเขาขนส่งทหาร อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ผู้ลี้ภัย ศพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะในลาว และสายการแอร์อเมริกากลายเป็นสายการบินที่ถูกยิงมากที่สุด

ดำเนินมีหลายบริษัทที่เช่าอาคารของคุณอุดม เพื่อกิจการ รวมถึง:

ไอบีเอ็ม

เชลล์

สายการบินฝรั่งเศส

และที่นี้คือที่รวมของสถานบันเทิงยามค่ำคืนและหน่วยสืบราชการลับ (CIA)ไว้ด้วยกัน ในช่วงวิกฤตของสงครามเวียดนาม

โทนี่ โพ: ผู้ซึ่งเป็นลูกค้าธรรมดาหรือพญามัจจุราชของพัฒน์พงศ์

หลังจากที่ผูกเรื่องราวของหน่วยสืบราชการลับ และพัฒน์พงศ์ ถึงเวลาแล้วที่เราจะกล่าวถึง บุคคลอีกคนที่เป็นตัวแทนในเหตุการณ์นี้ โทนี่ โพ

โทนี่ โพ

ตามเหตุการณ์ที่ได้บันทึกไว้ เขาเป็นบุคคลที่อันตรายที่สุดของหน่วยเสริมของหน่วยสืบราชการลับ เขามาพัฒน์พงศ์เมื่อปี 1958 เมื่อเขาเข้ารวมกับ ซีซัพพราย (SEA Supply) ซึ่งเป็นหน่วยงานของ CIA

เขามีความเป็นผู้นำ มีเลือดนักสู้ ได้ต่อสู้กับคอมมิวนิสประเทศลาวและเวียดนามเหนือที่ต่อต้านพันธมิตร นอกจากนี้ เขายังสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตัดหูและหัวของศัตรู เพื่อยืนยันว่าทำงานสำเร็จ

ตามที่ได้มีการบันทึกไว้ เขามาเยือนพัฒน์พงศ์ในปี 1953 จนถึงปี 1990 หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา เขาเป็นคนสำคัญของบาร์ต่างๆในพัฒน์พงศ์ รวมไปถึงกรังปรีด์บาร์

แสดงให้เห็นว่า พัฒน์พงศ์เป็นสถานที่ที่บุคคลสำคัญต่างๆ มาเที่ยวช่วงระหว่างสงครามอเมริกันต่อต้านคอมมิวนิสต์

ผู้มีชื่อเสียงต่างตกหลุมรักพัฒน์พงศ์

ความน่าประทับใจของพัฒน์พงศ์เป็นที่น่าสนใจของผู้คนมากมาย ไม่เฉพาะแต่หน่วยสืบราชการลับ CIA หรือคนที่ชอบความแปลกใหม่เท่านั้น

เดวิด โบวี่ ในพัฒน์พงศ์

เดวิด โบวี่ มีความผูกพันธ์กับกรุงเทพ โดยเฉพาะที่พัฒน์พงศ์ เดวิดเดินทางมาเมืองไทยเมื่อปี 1983 ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต มูนไลท์ และเขาได้ถ่ายมิวสิควิดีโอ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับโอกาสและชีวิตจริงในพัฒน์พงศ์ที่มีอยู่มากมายในบาร์อะโกโก้ และความบันเทิงที่โป๊เปลือย

เขาได้ถ่ายทำมิวสิควิดีโอที่ซูปเปอร์สตาร์คลับ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงดำเนินกิจการอยู่ โบวี่เป็นคนหนึ่งในคนที่โดดเด่นมากที่มาเที่ยวพัฒน์พงศ์ เพราะเขามาจัดแสดงคอนเสิร์ตสำหรับคนไทยในราคาที่ต่ำมาก

คุณรู้หรือไม่ว่า โรเบิร์ต เดอ เนโร เคยมาถ่ายทำภาพยนต์ที่พัฒน์พงศ์? จากภาพยนต์เรื่อง “เดอะ เดียร์ ฮันเตอร์” ในปี 1978  มีหลายฉากที่ถ่ายทำที่บาร์มิสซิสซิปปี้ควีน ในพัฒน์พงศ์

บุคคลอื่นๆที่มีชื่อเสียงอย่าง โรมัน โปลันสกี ก็ได้มาสัมผัสกับความน่าประทับใจในพัฒน์พงศ์และยังมีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนพัฒน์พงศ์อย่างไม่ขาดสาย

คุณรู้หรือไม่ว่านักมวยรุ่นใหญ่ในตำนานอย่าง มูฮัมหมัด อาลี ก็เคยมาพัฒน์พงศ์ ? จริงๆแล้วมีไม่กี่คนที่รู้ แต่เขาก็มาเยือนที่นี่จริง

เช่นเดียวกับ นักร้องชาวอเมริกัน สตีเว่น เทเลอร์ ก็เคยมาสำรวจพัฒน์พงศ์ และได้ลองหลายๆอย่างที่นี่

อีกคนที่มีชื่อเสียงที่เคยมาที่นี่ ฮิวจ์ แกรนท์  เขาได้มาท่องราตรีที่พัฒน์พงศ์ และได้เข้าเยี่ยมชมบาร์ที่มีชื่อเสียงของที่นี่

พัฒน์พงศ์มีความยินดีที่ได้ต้อนรับเหล่าคนมีชื่อเสียงทั่วโลก

พิพิธภัณฑ์พัฒน์พงศ์ – พาท่านย้อนกลับไปสู่อดีต

คุณชอบที่คุณได้อ่านไปหรือไม่? ถ้าคุณสนใจและชื่นชอบจากที่คุณอ่าน จินตนาการไปได้เลยว่า ถ้าคุณสัมผัสและเห็นได้ด้วยตา เหมือนกับว่าย้อนเวลาไปสู่อดีตได้ รับรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ และได้รู้ประวัติศาสตร์ของพัฒน์พงศ์

คุณจะได้เห็นถึงภาพสำคัญต่างๆที่น่าสนใจ และน่าติดตามของประวัติศาสตร์พัฒน์พงศ์

นิทรรศการที่จัดย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ที่จะได้ให้คุณสามารถเล่นเกมส์ ดูโชว์ เสมือนคุณได้อยู่ในยุคที่เฟื่องฟู เหมือนกับดารา หรือผู้มีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งเดวิด โบวี่

การผสมผสานระหว่าง อะโกโก้บาร์ และโชว์โป๊เปลือย ความลึกลับที่ผูกผันกันระหว่างหน่วยสืบราชการลับ CIA และการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ทำให้เกิดความน่าอัศจรรย์ในประวัติศาสตร์

ตอนนี้ คุณสามารถค้นพบสิ่งที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน โดยมาเปิดประสบการณ์ที่พิพิธภัณฑ์พัฒน์พงศ์ด้วยตัวคุณเอง

Next